การปรับสมดุลตัวชี้วัด (KPI) ระหว่างการเติบโต (Growth) และประสิทธิภาพ (Efficiency)

balance_kpi

อีกมุมมองหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสทำความเข้าใจ คือ มิติของการกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ควรพิจารณาถึงสมดุลระหว่างการเติบโต (Growth) และประสิทธิภาพ (Efficiency) เพิ่มเติมจากการกำหนดน้ำหนักตัวชี้วัดแต่ละด้านให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ซึ่ง Kaplan บอกไว้ว่าควร balance ทั้ง 4 มุมมอง (perspectives) ได้แก่ Financial, Customer, Internal business processes และ Learning and growth.

ใันมุมมองด้านการเติบโต (Growth Perspective) ตามคำจำกัดความของ Kaplan and Norton ไม่ใช่การมองรายได้ว่าโตเท่าไหร่ หรือกำไรเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ แต่ Growth จะมองที่ “How can we continue to improve, create value and innovate?” ซึ่งผมสกัดออกมาได้เป็น 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) การสร้างคุณค่า (Creating Value) และการสร้างนวัตกรรม (Creating Innovation)

ในมุมมองด้านประสิทธิภาพ (Efficiency Perspective) ตามความหมายของ Wikipedia บอกไว้ว่า “Efficiency is the (often measurable) ability to avoid wasting materials, energy, efforts, money, and time in doing something or in producing a desired result. In a more general sense, it is the ability to do things well, successfully, and without waste. In more mathematical or scientific terms, it is a measure of the extent to which input is well used for an intended task or function (output)”. ผมจึงสกัดเป็นประเด็นย่อยออกมาได้ 2 ประเด็น ได้แก่ การวัดได้อย่างต่อเนื่อง (Often Measurable) กับ ความสามารถในการกำจัดของเสียหรือลดการสูญเสีย (Ability to avoid wastes) อันได้แก่ Materials, Energy, Efforts, Money, and Time.

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *