Analog-based Digital

ใครว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคดิจิตอล ผมว่าเรากำลังจะเข้าตั้งแต่ยุคที่มีคอมพิวเตอร์ และตอนนี้เราก็น่าจะอยู่ช่วงกลางของยุคดิจิตอลไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดิจิตอลกำลังจะเป็นขาลง แต่มันจะซึมซับให้ลึก ให้แยกออกได้ยากยิ่งขึ้น จนไม่มีความรู้สึกว่าเป็นการติดดับ แต่จะดูเหมือนราบเรียบต่อเนื่องราวกับว่าเป็นอนาล็อก ถ้าเป็นภาษาพุทธ คงเป็นการเกิดดับทุกขณะจิตจนแยกไม่ออก บอกไม่ได้ เพราะความถี่ที่สูงจนเกินความสามารถในการรับรู้ของมนุษย์ปุถุชน หรือเทคโนโลยีจะนำพาเราไปสู่การบรรจบพบความจริงของธรรมชาติ (ในระดับของความเข้าใจ คงไม่ใช่ระดับของการมีประสบการณ์ร่วม)

era-digital

ขออธิบายเพื่อขยายความสักนิด ว่าด้วยความสัมพันธ์ของดิจิตอลกับอนาล็อก ตาม timeline  ที่เกิดขึ้น เมื่อก่อนเราจะมีแต่ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างที่เห็น ไม่มีการนำข้อมูลมาปนะมวลผลด้วยเครื่องจักรที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์เหมือนสมัยนี้ แต่พอเริ่มมี ด้วยความที่เทคโนโลยียังอ่อนด้อยก็ต้องตัดข้อมูลให้เหลือแต่ส่วนที่สำคัญที่จำเป็นให้พอประมวลผลออกมาได้ และก็สามารถรับข้อมูลดิบเข้ามาประมวลได้เพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยตามกาลเวลา สอดคล้องกับความสามารถของเทคโนโลยีที่เก่งขึ้นเรื่อยมา เห็นหรือไม่ว่าอนาล็อกคือข้อมูลดิบหรือสัญญาณที่ตามธรรมชาติรอบตัว (ในทางวิศวกรรมบอกว่าเป็นสัญญาณที่ต่อเนื่อง ไม่คงที่แน่นอน จะเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป) ส่วนดิจิตอลคือข้อมูลที่ถูกตัดทอนให้เหลือส่วนที่ประมวลผลได้ (ในทางวิศวกรรมบอกว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง คงที่ กระโดดข้ามได้ สื่อสารเข้าใจได้ง่ายกว่า)

1949-electronic-analog-computer

ในยุคนี้และยุคต่อจากนี้ เทคโนโลยีจะมีสมรรถนะมากพอที่จะเป็นคู่แข่งกับธรรมชาติ เพราะข้อมูลแบบดิจิตอลจะถูกตัดทอนน้อยลงเรื่อยเรื่อย หรือตัดทอนเท่าเดิมแต่เอาเข้ามามากขึ้น ทำให้ดูไม่ออกว่าตัดมาหรือไม่ เพราะมันมีความถี่สูงเสียจนราวกับว่ามันต่อเนื่องดั่งอนาล็อก และเป็นที่มาที่ผมนิยามให้แก่คำว่า Analog-based Digital จึงเข้าใจได้ถึงคำกล่าวที่ว่าเทคโนโลยีคืออาวุธที่ทำให้มนุษย์มีอำนาจราวกับว่าเป็นพระเจ้า (ธรรมชาติ)

darwin

ขอเน้นย้ำ ในยุคนี้และยุคต่อจากนี้ เทคโนโลยีจะมีสมรรถนะมากพอที่จะเป็นคู่แข่งกับธรรมชาติ Charle Darwin ให้กำเนิดทฤษฎีที่ว่าด้วยวิวัฒนาการที่คัดเลือกโดยธรรมชาติเพื่อการปรับตัวเปลี่ยนแปลง ส่วน Moore’s Law น่าจะเป็นตัวแทนความทะเยอทะยานของเทคโนโลยีที่เห็นภาพได้ดีที่สุด ผมอดสงสัยในสองประเด็นไม่ได้ว่า 1.จุดสมดุลของการปรับตัวโดยธรรมชาติกับความก้าวหน้าของมนุษยชาติอยู่จุดใด คือ มีอยู่ทุกขณะหรือมีบ้างไม่มีบ้าง (ซึ่งเท่ากับไม่มีอยู่เลย จึงต้องปรับกันตลอดเวลา) 2.มนุษย์ถูกสร้างจากธรรมชาติ จึงสามารถถูก cut loss ได้ แต่เทคโนโลยีสร้างโดยมนุษย์ ธรรมชาติจะจัดการได้หรือไม่ (จินตนาการว่าวันหนึ่งมีแต่เครื่องจักร แต่ไม่มีมนุษย์) หรือจะทุบโต๊ะว่าทุกสิ่งล้วนอยู่ภายใต้ธรรมชาติ มีเกิด มีดับ ฮ่าฮ่า

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *