แนวคิดเบื้องต้นของการบริหารการเปลี่ยนแปลง

การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) หมายถึง การวางแผนการดำเนินการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนให้เกิดการปรับตัวและการยอมรับ พร้อมทั้งสร้างศักยภาพใหม่ๆ เพื่อรองรับให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเป็นผลตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กรนั้น สามารถเกิดได้จากปัจจัย 2 ประเภท คือ ปัจจัยภายนอก เป็นสิ่งผลักดันจากภายนอกไม่ว่าจะเป็น นโยบายภาครัฐ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง เป็นต้น และปัจจัยภายใน เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นในองค์กรที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบาย การเปลี่ยนผู้บริหาร การปรับระบบการทำงาน การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นต้น กระบวนการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management Process : CMP) จึงเป็นกระบวนการที่ช่วยให้องค์กรเกิดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้กระบวนการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงยังเป็นกรอบความคิดแบบหนึ่งของการจัดการความรู้ เพื่อให้องค์กรที่ต้องการจัดการความรู้ได้มุ่งเน้นถึงปัจจัยแวดล้อมภายในองค์กร ที่จะมีผลกระทบต่อการจัดการความรู้ ตลอดจนองค์ประกอบอื่นๆ

การบริหารการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารควรตระหนักถึงปัญหาทั้งระบบในภาพรวม ซึ่งในการบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์นั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ 3 ส่วนที่สำคัญและสัมพันธ์กัน คือ

  • ปัญหาในเชิงเทคนิค (Technical Problem) เช่น ปัญหาในการกำหนดภารกิจ วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ขององค์กร โครงสร้าง ลักษณะงาน และระบบการบริหารต่าง ๆ เป็นต้น
  • ปัญหาในเชิงการเมืองขององค์กร (Political Problem) จะเป็นปัญหาด้านการจัดสรรอำนาจ และทรัพยากรขององค์กร เช่น งบประมาณ เส้นทางอาชีพ (Career Path) การดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ย่อมกระทบอำนาจหน้าที่และความสำคัญของบุคคลต่าง ๆ ในองค์กร
  • ปัญหาในเชิงวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Problem) เช่น ผู้บริหารควรจะสื่อสารและสนับสนุนในค่านิยม ความเชื่อให้แก่พนักงานอย่างชัดเจน ซึ่งจะสอดคล้องหรือเปลี่ยนแปลงไปจากวัฒนธรรมเดิมขององค์กรเพียงใด วัฒนธรรมองค์กรบางลักษณะอาจเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เพราะเป็นวัฒนธรรมที่อ่อนแอ (Weak Culture) แต่บางองค์กรอาจะมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง (Strong Culture) ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงอะไรที่ขัดแย้งกับวัฒนธรรมองค์กรก็เปลี่ยนแปลงได้ยาก

การพิจารณาปัญหาทั้ง 3 ด้านดังกล่าวในข้างต้น จะใช้เครื่องมือหรือแนวคิดเชิงบริหารที่สำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่

  1. กรอบภารกิจและกลยุทธ์ขององค์กร (Mission and Strategies) โดยผู้บริหารจะต้องประเมินและคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร ประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร เพื่อ ดูความเหมาะสม สอดคล้องของสภาพแวดล้อมกับภารกิจและกลยุทธ์ขององค์กรที่เป็นอยู่ ผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ (Vision) ที่จะมองเห็นความจำเป็นที่องค์การจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในกรอบภารกิจและวัตถุประสงค์หลักขององค์กร กลยุทธ์ต่าง ๆ ขององค์กร รวมทั้งภาระงานอื่น ๆ ที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง
  2. การออกแบบโครงสร้างขององค์การ (Organization Structure ) ในเชิงโครงสร้างขององค์กรและระบบต่าง ๆ จะเป็นเครื่องมือรองรับและช่วยอำนวยความสะดวก ในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับภารกิจและกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยคำนึงถึงว่าจะต้องเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเป็นสำคัญ
  3. การบริหารทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร (Human Resources Management) การบริหารในเรื่องคนจะเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะคนจะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามภารกิจและกลยุทธ์ที่วางไว้ ดังนั้นจะต้องมีการสรรหาให้เหมาะสมตามคุณลักษณะที่ต้องการ หรือพัฒนาคนเหล่านั้นให้มีคุณภาพตามที่ต้องการในภารกิจและกลยุทธ์ใหม่ กำหนดหลักเกณฑ์ในการจูงใจ เกณฑ์การวัดผลและแนวทางการประเมินผลให้เหมาะสมกับแผนกลยุทธ์

โดยทั่วไป การบริหารการเปลี่ยนแปลงมี 2 วิธี คือ การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่มีการวางแผนการเปลี่ยนแปลงไว้ก่อน โดยรู้หรือคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นไว้ก่อน และการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยไม่มีการวางแผน เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้องค์การต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน ดังนั้นแผนงานการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การปฏิบัติ จึงมีแนวทางที่สามารถดำเนินงานได้ใน 2 แบบ ได้แก่ การดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากบนลงล่าง (Top – down Change) กล่าวคือ ผู้บริหารจะเป็นผู้ริเริ่มในการเปลี่ยนแปลง แล้วค่อยถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงลงมา และการดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากล่างขึ้นบน (Bottom – up Change) กล่าวคือ จะเป็นการดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมให้มากที่สุด การดำเนินการวิธีนี้จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดง่ายที่สุด ทั้งนี้ จะต้องคอยติดตามการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการ ทิศทาง รวมไปถึงองค์ประกอบที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งอาจแบ่งประเภทการตอบสนองได้เป็น การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Resist Change) การไล่ตามการเปลี่ยนแปลง (Follow Change) การยอมรับการเปลี่ยนแปลง (Embrace Change) และการนำการเปลี่ยนแปลง (Lead Change)

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *